125 จำนวนผู้เข้าชม |
เรื่องนี้มีผู้ขอคำปรึกษาจากทนายความ
บทนำ
เมื่อเจ้ามรดกเสียชีวิต ทรัพย์สินและหนี้สินทั้งหมดตกทอดแก่ทายาทโดยธรรม
แต่ในกระบวนการจัดการมรดก ศาลจะต้องแต่งตั้ง “ผู้จัดการมรดก” เพื่อทำหน้าที่รวบรวมทรัพย์สิน ชำระหนี้ และแบ่งปันให้ทายาทตามส่วน
ปัญหาที่พบอยู่บ่อยในทางปฏิบัติคือ
ผู้ร้องขอตั้งตนเองเป็นผู้จัดการมรดก แต่ไม่แจ้งรายชื่อทายาทครบถ้วน
บางคนจงใจ “ปกปิด” ทายาทบางคน เพื่อให้ศาลแต่งตั้งตนเพียงผู้เดียว
แม้ดูเหมือนเรื่องเล็ก แต่ในทางกฎหมายถือเป็น “การไม่สุจริตต่อศาล”
ซึ่งอาจนำไปสู่การเพิกถอนคำสั่งแต่งตั้ง และมีผลกระทบต่อความถูกต้องของการจัดการมรดกทั้งหมด
2. หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1711
“ผู้จัดการมรดกต้องจัดการมรดกเพื่อประโยชน์แก่กองมรดก และเพื่อประโยชน์ของทายาททุกคนโดยเสมอภาคกัน”
มาตรา 1713
“ศาลอาจเพิกถอนผู้จัดการมรดกได้ หากปรากฏว่าผู้จัดการมรดกไม่ซื่อสัตย์ ไม่ปฏิบัติหน้าที่ หรือทำให้กองมรดกเสียหาย”
มาตรา 1733
“ผู้จัดการมรดกต้องจัดทำบัญชีทรัพย์สินและรายจ่ายของกองมรดก และต้องเปิดเผยให้ทายาททราบ”
ดังนั้น หากผู้ร้องตั้งตนเป็นผู้จัดการมรดกโดยไม่เปิดเผยรายชื่อทายาททั้งหมด หรือแสดงบัญชีไม่โปร่งใส ย่อมถือว่า “ผิดหน้าที่” และอาจถูกเพิกถอนได้ตามกฎหมาย
3. แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1882/2546
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า “ผู้จัดการมรดกที่ขายที่ดินโดยไม่ปรึกษาทายาท และไม่แสดงบัญชีรายรับรายจ่าย ถือว่าประพฤติมิชอบต่อหน้าที่ ศาลมีอำนาจเพิกถอนได้”
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7478/2555
กรณีผู้จัดการมรดกไม่เปิดเผยข้อมูลการจัดการแก่ทายาทอื่น ศาลเห็นว่าเพื่อความยุติธรรมควรแต่งตั้ง “ผู้จัดการร่วม”
เพื่อให้การบริหารกองมรดกมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6159/2559
ศาลวินิจฉัยว่า การขายทรัพย์มรดกโดยไม่มีเหตุจำเป็นหรือไม่ปรึกษาทายาท ถือเป็นการกระทำที่ไม่สุจริต
ทายาทคนอื่นมีสิทธิร้องขอให้ศาลเพิกถอนการขายและเพิกถอนผู้จัดการมรดกได้
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5534/2561
ศาลระบุว่า หากผู้ร้องขอตั้งเป็นผู้จัดการมรดกโดย “จงใจไม่แจ้ง” ทายาทคนอื่นแก่ศาล ถือเป็นการใช้สิทธิในทางไม่สุจริต
คำสั่งแต่งตั้งย่อมถูกเพิกถอนได้ แม้ภายหลังศาลจะมีคำสั่งตั้งไปแล้วก็ตาม
4. บทสรุปและแนวทางปฏิบัติ
หากพบว่าผู้จัดการมรดกปกปิดทายาท หรือทำบัญชีไม่โปร่งใส
ทายาททุกคนมีสิทธิทำได้ 3 ทางคือ
ยื่นคำร้องขอให้ศาลเพิกถอนผู้จัดการมรดก
โดยอ้างเหตุว่า “ผู้จัดการมรดกประพฤติมิชอบหรือไม่สุจริต” ตามมาตรา 1713
ยื่นขอเป็นผู้จัดการร่วม
เพื่อร่วมตรวจสอบการจัดการมรดกให้โปร่งใสและเป็นธรรม
ยื่นขอให้ศาลเรียก “บัญชีมรดก” มาตรวจสอบ
เพื่อดูรายละเอียดทรัพย์สิน รายจ่าย และรายการจำหน่ายทรัพย์สินทั้งหมด
ข้อควรจำ:
ผู้จัดการมรดกไม่ได้มีสิทธิเหนือทายาท แต่เป็น “ผู้รับมอบหมายจากศาล”
หากปกปิดข้อเท็จจริงหรือใช้ตำแหน่งในทางมิชอบ อาจมีความผิดฐานยักยอกทรัพย์มรดก (มาตรา 352 แห่ง ป.อาญา) และถูกเพิกถอนตำแหน่งได้
ข้อคิดจากทนายตรินัยน์
“ความโปร่งใสคือหัวใจของการจัดการมรดก”
การเป็นผู้จัดการมรดกไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่เป็นหน้าที่ที่ต้องซื่อสัตย์ต่อศาลและทายาททุกคน
หากเริ่มต้นด้วยความไม่จริงใจ แม้จะได้เป็นผู้จัดการมรดกชั่วคราว
สุดท้ายก็อาจถูกเพิกถอน — และเสียความน่าเชื่อถือทั้งทางกฎหมายและศีลธรรมไปพร้อมกันครับ
จัดทำโดย....ทนายตรินัยน์ นบ, เนติบัณฑิตไทย